กู้เงินด่วน

ต้องการใช้เงินเร่งด่วน การกู้เงินด่วนน่าจะช่วยได้

กู้เงินด่วน

แล้วจะไปกู้เงินด่วนที่ไหนล่ะ โดยเฉพาะในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ที่ต้องการเงินด่วน แต่ไม่มีเพื่อนๆ หรือญาติพี่น้องที่จะพึ่งพาได้ คำตอบที่ได้ก็คงไม่พ้นแหล่งกู้เงินด่วนทั้งหลาย ซึ่งสามารถจำแนกออกได้เป็น 2 แบบ คือ แหล่งเงินกู้ในระบบ และแหล่งเงินกู้นอกระบบ

 

ลองมาทำความรู้จักกับแหล่งกู้เงินทั้งสองแบบ ที่จะตอบโจทย์ความต้องการการกู้เงินด่วนของท่านได้

แหล่งกู้เงินด่วนในระบบ

แหล่งกู้เงินด่วนในระบบนี้ คือแหล่งสถาบันการเงินต่างๆ เช่นทั้งหลายที่เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงานบางแห่ง หรือตั้งเป็นตึกธนาคารเดี่ยวๆ ให้เห็นเด่นชัดอยู่ริมถนน เช่น ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ฯลฯ ทั้งนี้ยังมีสถาบันการเงินที่เปิดให้บริการแบบสินเชื่อส่วนบุคคล อาทิเช่น อิออน อีซี่บาย เป็นต้น ทั้งนี้ การจะขอกู้เงินด่วนผ่านแหล่งสถาบันการเงินในระบบ ท่านจะต้องมีเอกสารที่แสดงความมีตัวตนของท่านประกอบการสมัคร ซึ่งเอกสารหลักๆ ที่สำคัญและจำเป็นต้องมี ได้แก่ บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และมีเอกสารแสดงรายรับของท่าน หรือหนังสือรับรองรายได้ ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการอนุมัติการให้กู้เงินด่วน อาจจะยาวนานเกินไปสำหรับท่านที่ต้องการเงินเร่งด่วนมากๆ แล้วยิ่งถ้าเอกสารประกอบการขอกู้เงิน หรือสมัครเข้าเป็นลูกค้าของสถาบันการเงิน มีไม่ครบ เงินด่วนอาจจะกลายเป็นเงินดีเลย์ ไปเลยก็เป็นได้ ทั้งนี้ หลายๆ ท่านที่ต้องการใช้เงินด่วนมากๆ จริงๆ ก็มักจะหันไปหาแหล่งกู้เงินอีกประเภท นั่นก็คือ

 

แหล่งกู้เงินด่วนนอกระบบ

แหล่งกู้เงินด่วนนอกระบบนี้ กล่าวง่ายๆ แบบตรงไปตรงมาคือ แหล่งกู้เงินผิดกฎหมาย เพราะไม่มีการรับรองจากธนาคารแห่งประเทศไทย ดังเช่นสถาบันการเงิน และธนาคาร ที่กล่าวถึงในแหล่งกู้เงินในระบบ ทั้งยังไม่มีการจดทะเบียนรับรองที่ถูกต้อง หรือเป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ปล่อยเงินกู้ นั่นเอง หากมองแบบผิวเผินการกู้เงินนอกระบบก็มีข้อดีอยู่ข้อเดียวคือ ได้เงินใช้แบบเร่งด่วนแน่นอน และดอกเบี้ยที่คนปล่อยกู้แจ้งมาให้นั้น แลดูจะไม่สูงมากนัก เนื่องจากเค้าขอกตัวเลขดอกเบี้ยเป็นรายวัน ไม่ใช่ต่อปี เช่น ให้กู้ 100,000 บาท ขอเก็บเงินคืนวันละ 2,000 บวกดอกเบี้ยวันละ 200 บาท เป็น 2,200 บาท โดยผู้กู้จะใช้เวลาในการคืนเงินทั้งหมด 50 วัน ซึ่งเมื่อคำนวณดู ก็เท่ากับว่า เงินต้น 100,000 บาท บวกดอกเบี้ย อีก 10,000 บาท เท่ากับว่า ดอกเบี้ยคิดเป็นร้อยละ 10 ต่อวัน ไม่ใช่ต่อปีอย่างที่สถาบันการเงินในระบบเค้าคิดกัน ที่หนักกว่าก็คือ ถ้าวันใดไม่มีเงินต้นมาจ่าย ดอกเบี้ยที่จะต้องจ่ายในวันนั้นก็จะถูกนำมาทบต้นให้พอกพูนไปอีก หรือที่เรียกว่า คิดดอกเบี้ยทบต้นทบดอก และที่หนักที่สุด คือหากยอดเงินกู้ที่ค้างจ่ายนั้นพอกพูน เยอะขึ้นๆ จนผู้กู้ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายได้ทัน ผู้ปล่อยเงินกู้ที่แลดูดีมีน้ำใจตอนให้เงินกู้ ก็อาจจะกลายเป็นอสูรร้ายคอยตามทวงหนี้ที่ท่านหยิบยืมมา เจ้าหนี้บางรายอาจใช้วิธีการทวงหนี้ที่รุนแรงถึงขั้นทำร้ายร่างกายจนพิกลพิการก็เป็นได้

ทราบดังนี้แล้ว ก่อนตัดสินใจกู้เงินด่วน ท่านควรศึกษาหาข้อมูลให้รอบคอบ คำนวณดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย และประเมินความสามารถในการคืนเงินของท่านเองด้วย ซึ่งทางที่ดี คืออย่างให้ตัวเองต้องตกเป็นหนี้เลยจะดีที่สุด